แชร์

แมวมีเห็บหมัดและไรหู 5 อาการเตือน ยารักษาและวิธีป้องกัน

Logo-Invoice_1.png Chamai Petcare
อัพเดทล่าสุด: 24 ต.ค. 2026
3 ผู้เข้าชม
แมวมีเห็บหมัดและไรหู

แมวมีเห็บหมัดและไรหู สังเกตอย่างไร? 5 สัญญาณเตือนอันตราย ผลกระทบ และการรักษาที่ถูกต้อง

แมวมีเห็บหมัดและไรหู เป็นปัญหาการติดเชื้อปรสิตภายนอกที่พบบ่อยและสร้างความทุกข์ทรมานให้กับแมวเหมียวอย่างแสนสาหัส ปรสิตขนาดเล็กเหล่านี้ไม่เพียงแต่สร้างความรำคาญจากอาการคันระคายเคือง แต่ยังเป็นบ่อเกิดของแผลอักเสบติดเชื้อ การสูญเสียเลือดจนเกิดภาวะโลหิตจาง และเป็นพาหะนำโรคร้ายแรงทางกระแสเลือด รวมถึงการติดเชื้อพยาธิในทางเดินอาหาร หากเจ้าของละเลยสัญญาณเตือนหรือไม่เข้าใจแนวทางการรักษาที่ปลอดภัย การใช้สารเคมีหรือยาผิดประเภทอาจก่อให้เกิดอันตรายถึงชีวิตแก่แมวได้ การสังเกต 5 สัญญาณเตือนเบื้องต้นและการเลือกใช้ยาต้านปรสิตตามหลักเภสัชวิทยาสัตวแพทย์จึงเป็นสิ่งสำคัญเร่งด่วนที่ทาสแมวทุกคนต้องรู้

 

5 อาการบ่งบอกว่าแมวมีเห็บหมัดและไรหู สัญญาณเตือนที่ทาสแมวต้องรีบตรวจเช็ก

การเกาะดูดเลือดและการเคลื่อนไหวของปรสิตจะกระตุ้นระบบประสาทรับความรู้สึกและภูมิคุ้มกันของผิวหนัง ทำให้แมวแสดงพฤติกรรมและความผิดปกติทางกายภาพ 5 สัญญาณหลัก ดังนี้

อาการคันรุนแรง แมวคันหูสะบัดหัวถี่ และเอาหน้าถูกระแทกกับสิ่งของ

  • เมื่อไรหู (Otodectes cynotis) คลานและดูดกินเศษเยื่อบุผิวหนังในช่องหู แมวจะเกิดอาการระคายเคืองอย่างมากจนต้องสะบัดหัวบ่อยครั้ง เอียงคอไปข้างใดข้างหนึ่ง และใช้ขาหลังตะกุยเกาโคนหูอย่างบ้าคลั่ง ในขณะที่การถูกหมัดกัดตามลำตัวจะทำให้แมวกระโดดสะดุ้ง สะบัดตัว วิ่งพล่าน และก้มกัดแทะผิวหนังบริเวณสะโพกและโคนหางอย่างกระวนกระวาย

ตรวจพบคราบขี้หูดำคล้ายกากกาแฟแห้งกรัง (Coffee-Ground Discharge)

  • ลักษณะจำเพาะสูงสุดของการติดเชื้อไรหูคือ การสะสมของคราบขี้หูสีน้ำตาลไหม้จนถึงสีดำเข้ม มีลักษณะแห้ง เม็ดละเอียดเกาะแน่นคล้ายผงกากกาแฟ ซึ่งเกิดจากเศษเนื้อเยื่อ เซลล์ผิวหนัง เลือดแห้ง และมูลของตัวไรหูสะสมรวมกัน หากเปิดดูในรูหูจะพบกลิ่นเหม็นอับและเยื่อบุช่องหูแดงบวม

พบเศษ "ขี้หมัด" เม็ดสีดำคล้ายพริกไทยป่นตามโคนขน

  • หมัดแมวมักเคลื่อนไหวหลบซ่อนตัวได้อย่างรวดเร็ว แต่สิ่งที่ทิ้งร่องรอยไว้คือ "ขี้หมัด" (Flea Dirt) ซึ่งเป็นมูลเลือดแห้งที่หมัดขับถ่ายออกมา มีลักษณะเป็นจุดสีดำเล็กๆ ตามโคนขนแถวสะโพก หลังคอ และใต้ท้อง สามารถทดสอบได้โดยนำเศษดำวางบนกระดาษทิชชูสีขาวแล้วหยดน้ำลงไป หากละลายกลายเป็นสีน้ำตาลแดง ยืนยันได้ทันทีว่ามีหมัดอาศัยอยู่บนตัวแมว

แมวเกาจนเป็นแผล ขนร่วงเป็นหย่อม และภาวะแพ้น้ำลายหมัด (FAD)

  • น้ำลายหมัดมีสารก่อภูมิแพ้ที่รุนแรง แมวที่มีภาวะไวเกินต่อน้ำลายหมัด (Flea Allergy Dermatitis - FAD) แม้โดนกัดเพียงตัวเดียวจะคันรุนแรงจนเกิดภาวะ Miliary Dermatitis ผิวหนังจะตกสะเก็ดแข็งเป็นเม็ดเล็กๆ คล้ายเม็ดทราย ขนร่วงแหว่งเป็นหย่อม และการเกาอย่างต่อเนื่องจะนำไปสู่แผลถลอกติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน

ใบหูบวมเป่งคล้ายหมอน (Aural Hematoma) อ่อนเพลีย และเหงือกซีด

  • การสะบัดหัวและเกาหูอย่างรุนแรงทำให้เส้นเลือดฝอยบริเวณกระดูกอ่อนใบหูฉีกขาด เลือดจะคั่งอยู่ระหว่างชั้นผิวหนังและกระดูกอ่อนจนใบหูบวมเป่ง เรียกว่า "หูบวมเลือด" (Aural Hematoma) นอกจากนี้ หากมีหมัดหรือเห็บจำนวนมากดูดกินเลือดอย่างต่อเนื่อง แมวจะมีอาการซึม เบื่ออาหาร เยื่อบุเหงือกซีดขาวจากภาวะโลหิตจางเฉียบพลัน

 

ความแตกต่างและวงจรชีวิตของปรสิต: ไรหู (Otodectes cynotis) หมัด และเห็บในแมว

ปรสิตแต่ละชนิดมีวงจรชีวิต รูปแบบการอยู่อาศัย และการนำโรคร้ายแรงที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

วงจรชีวิตและชีววิทยาของไรหูและหมัดแมว

  • ไรหู (Otodectes cynotis): เป็นไรผิวเผินในช่องหูส่วนนอก วงจรชีวิตเฉลี่ย 18–21 วัน ตั้งแต่ไข่ ตัวอ่อน ตัวกลางวัย จนถึงตัวเต็มวัย ติดต่อได้ง่ายมากจากการสัมผัสใกล้ชิดระหว่างแมวสู่แมว หรือแมวสู่สุนัข
  • หมัดแมว (Ctenocephalides felis): หมัดตัวเต็มวัยที่อยู่บนตัวแมวคิดเป็นเพียง 5% ของประชากรทั้งหมด อีก 95% อยู่ในรูปของไข่ ตัวอ่อน และดักแด้ที่ตกอยู่ตามพื้นบ้าน พรม และที่นอน วงจรชีวิตสั้นเพียง 2–3 สัปดาห์

โรคแทรกซ้อนอันตรายที่แฝงมากับเห็บและหมัด

  • โรคพยาธิเม็ดเลือดในแมว (Feline Infectious Anemia): หมัดและเห็บเป็นพาหะนำเชื้อแบคทีเรีย Mycoplasma haemofelis เข้าสู่กระแสเลือด ทำลายเม็ดเลือดแดงจนแมวเกิดภาวะซีดรุนแรง ตัวเหลือง ไข้สูง และอาจถึงแก่ชีวิต
  • พยาธิตัวตืดแตงกวา (Dipylidium caninum): หมัดเป็นโฮสต์กึ่งกลาง เมื่อแมวแต่งขนเลียกินตัวหมัดเข้าไป จะได้รับตัวอ่อนพยาธิเข้าสู่ลำไส้ เจริญเป็นพยาธิตัวตืดแย่งสารอาหาร

 

เภสัชวิทยาและตัวยากำจัดปรสิตในแมว: ยาหยดหลังคอ (Spot-on) ที่ได้มาตรฐาน

การรักษาแมวมีเห็บหมัดและไรหูอย่างปลอดภัยในปัจจุบัน นิยมใช้ยาหยดหลังคอสูตรผสมที่มีฤทธิ์ดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดและต่อมไขมัน

กลุ่ม Macrocyclic Lactones (Selamectin และ Moxidectin)

  • Selamectin (เช่น Revolution®): ออกฤทธิ์กระตุ้น Glutamate-gated chloride channels ในระบบประสาทของปรสิต ทำให้ไรหู หมัด และไข่หมัดเป็นอัมพาตและตาย ยาดูดซึมผ่านผิวหนังเข้าสู่กระแสเลือดและขับออกมาทางต่อมไขมัน ปลอดภัยสำหรับลูกแมวอายุ 6 สัปดาห์ขึ้นไป
  • Moxidectin + Imidacloprid (เช่น Advocate®): Moxidectin มีประสิทธิภาพสูงมากในการกำจัดไรหูและหนอนพยาธิหัวใจ ทำงานร่วมกับ Imidacloprid ที่ฆ่าหมัดตัวเต็มวัยอย่างรวดเร็ว

กลุ่ม Isoxazolines นวัตกรรมเสริมฤทธิ์ออกฤทธิ์ยาวนาน

  • Selamectin + Sarolaner (เช่น Revolution Plus®): สาร Sarolaner เป็นยากลุ่ม Isoxazoline ที่เสริมการบล็อก GABA receptors ทำให้กำจัดได้ทั้งเห็บ หมัด และไรหูอย่างเฉียบพลันและครอบคลุมยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับแมวอายุ 8 สัปดาห์ขึ้นไป และน้ำหนัก 1.25 กิโลกรัมขึ้นไป
  • Fluralaner (เช่น Bravecto Plus®): ออกฤทธิ์ควบคุมเห็บ หมัด ไรหู และพยาธิหนอนหัวใจได้ยาวนานต่อเนื่องถึง 8–12 สัปดาห์ต่อการหยด 1 ครั้ง

 

ขนาดการใช้ยา วิธีการหยดยาหลังคอ และขั้นตอนการทำความสะอาดช่องหูอย่างปลอดภัย

การรักษาจะได้ผลลัพธ์สูงสุดเมื่อผสมผสานการหยดยาต้านปรสิตเข้ากับการล้างทำความสะอาดช่องหูอย่างถูกวิธี

เทคนิคการหยดยาหลังคอบริเวณโคนกะโหลกตามน้ำหนักตัวจริง

  • ชั่งน้ำหนักตัวแมวให้แม่นยำ และเลือกขนาดบรรจุภัณฑ์ยาที่ตรงตามเกณฑ์น้ำหนักตัว
  • แหวกขนบริเวณหลังคอ ตรงจุดรอยต่อระหว่างโคนกะโหลกศีรษะกับกระดูกคอ (จุดที่แมวเอื้อมเลียไม่ถึง) จนเห็นผิวหนังชัดเจน
  • จ่อปลายหลอดยาลงบนผิวหนังโดยตรง แล้วบีบยาจนหมดหลอด หลีกเลี่ยงการหยดลงบนเส้นขน
  • งดการอาบน้ำแมวก่อนและหลังหยดยา 48 ชั่วโมง เพื่อให้ตัวยากระจายตัวผ่านชั้นไขมันผิวหนังได้อย่างสมบูรณ์

ขั้นตอนการใช้น้ำยาล้างหูสลายขี้หู (Ear Cleanser)

  • ใช้น้ำยาล้างหูเฉพาะสำหรับสัตว์เลี้ยงสูตรอ่อนโยน ปราศจากแอลกอฮอล์ หยดลงในช่องหูให้ชุ่มพอประมาณ
  • ใช้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้จับโคนหู นวดคลึงเบาๆ เป็นวงกลมประมาณ 20–30 วินาที จะได้ยินเสียงน้ำดัง "จ๊อกๆ" เพื่อให้ขี้หูดำละลายตัว
  • ปล่อยให้แมวสะบัดหัวเพื่อเหวี่ยงขี้หูและน้ำยาออกมาตามธรรมชาติ
  • ใช้สำลีแผ่นสะอาดเช็ดคราบขี้หูเฉพาะบริเวณใบหูและปากรูหูด้านนอกเท่านั้น

 

(FAQ) คำถามที่พบบ่อย

Q: แมวเลี้ยงระบบปิดในคอนโด ไม่เคยออกไปไหนเลย มีเห็บหมัดและไรหูได้ไหม?
A: มีได้แน่นอน ตัวอ่อนหมัดและไข่พยาธิสามารถติดมากับรองเท้า กางเกง หรือเสื้อผ้าของเจ้าของ รวมถึงไรหูอาจติดมาจากแม่แมวตั้งแต่เล็ก หรือติดจากสัตว์เลี้ยงตัวอื่นที่พาเข้ามาใหม่

Q: หยดยากำจัดไรหูแล้ว ทำไมขี้หูดำยังไม่หมดไปทันที?
A: ยาหยดหลังจะออกฤทธิ์ฆ่าตัวไรให้ตาย แต่ซากตัวไร เลือดแห้ง และไขมันขี้หูเดิมยังคงเกาะติดอยู่ในช่องหู เจ้าของจำเป็นต้องใช้น้ำยาล้างหูเช็ดทำความสะอาดสัปดาห์ละ 1–2 ครั้งต่อเนื่อง 2–3 สัปดาห์จนกว่าช่องหูจะเกลี้ยง

Q: ไรหูแมว สามารถติดต่อสู่คนได้หรือไม่?
A: ไรหูแมว (Otodectes cynotis) ไม่สามารถอาศัยหรือขยายพันธุ์บนตัวมนุษย์ได้ แต่อาจทำให้เกิดผื่นแดงคันชั่วคราว (Transient Dermatitis) จากการสัมผัสใกล้ชิด ซึ่งจะหายไปเองเมื่อรักษาแมวจนหายขาด

Q: ลูกแมวแรกเกิดอายุกี่สัปดาห์ ถึงจะสามารถเริ่มหยดยากำจัดเห็บหมัดและไรหูได้?
A: ยาหยดหลังกลุ่ม Selamectin (เช่น Revolution) สามารถเริ่มใช้ได้อย่างปลอดภัยในลูกแมวที่มีอายุตั้งแต่ 6 สัปดาห์ขึ้นไป ส่วนกลุ่มผสมเช่น Revolution Plus แนะนำที่อายุ 8 สัปดาห์และมีน้ำหนักตัวไม่น้อยกว่า 1.25 กิโลกรัม

 

สรุป

ภาวะแมวมีเห็บหมัดและไรหูเป็นภัยเงียบที่สร้างความทรมานและบั่นทอนสุขภาพของแมวเหมียวอย่างร้ายแรง การสังเกต 5 สัญญาณเตือน ทั้งการสะบัดหัว ขี้หูดำคล้ายกากกาแฟ ขี้หมัด แผลสะเก็ด และหูบวมเลือด จะช่วยให้เจ้าของรับมือได้อย่างรวดเร็วก่อนลุกลามเป็นโรคแทรกซ้อน การเลือกใช้ยาหยดหลังคอที่มีมาตรฐานสัตวแพทย์ เช่น Selamectin, Sarolaner หรือ Moxidectin ตามน้ำหนักตัวจริง ควบคู่กับการล้างหูอย่างถูกวิธีและการทำความสะอาดบ้าน ถือเป็นแนวทางที่มีประสิทธิภาพและคุ้มค่าที่สุด สิ่งสำคัญที่สุดคือการห้ามใช้ยาของสุนัขที่มีสาร Permethrin กับแมวโดยเด็ดขาด และควรปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อวางโปรแกรมการป้องกันปรสิตที่ปลอดภัยและเหมาะสมที่สุดสำหรับแมวที่คุณรัก

 

[สั่งซื้อหรือติดต่อสอบถามผ่านไลน์ คลิกที่นี่]

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม

CHAMAI PETCARE
Website: www.chamaipetcare.com
Line: @chamaipetcare
Facebook: Chamai Petcare


บทความที่เกี่ยวข้อง
Simparica Trio
คุณกำลังมองหาวิธีดูแลสุนัขของคุณให้ห่างไกลจากเห็บ หมัด และพยาธิอย่างมีประสิทธิภาพอยู่ใช่ไหม? Simparica Trio (ซิมพาริคา ทรีโอ) คือคำตอบที่เจ้าของสุนัขหลายคนไว้วางใจ ด้วยรูปแบบยาเม็ดเคี้ยวแสนอร่อยที่รวมเอาการป้องกันปรสิตไว้ครบจบในเม็ดเดียว ให้คุณสะดวกสบาย และสุนัขของคุณปลอดภัยยาวนานตลอดเดือน
Logo-Invoice_1.png Chamai Petcare
7 ต.ค. 2025
สุนัขพันธุ์ปอมเมอเรเนียน
ปอมเมอเรเนียน (Pomeranian) เป็นสุนัขขนาดเล็กในกลุ่มสปิทซ์ (Spitz) มีต้นกำเนิดจากแถบยุโรปเหนือ โดยเฉพาะแคว้น Pomerania (ในเยอรมนี‑โปแลนด์ปัจจุบัน) ถูกลดขนาดมาเลี้ยงเป็นสุนัขเลี้ยงด้านความสวยงามและเป็นเพื่อนเล่น ปอมเป็นที่นิยมเพราะรูปลักษณ์ขนฟู สีหลากหลาย นิสัยฉลาด ขี้เล่น และเข้ากับคนได้ดี เหมาะกับคนที่อยู่บ้าน บ้าง หรืออยู่คอนโดฯ ที่มีพื้นที่ไม่มาก
Logo-Invoice_1.png Chamai Petcare
15 ก.ย. 2025
itraconazole
Itraconazole เป็นยาอีกตัวนึงที่นิยมใช้รักษาโรคผิวหนังในสุนัขและแมว เช่น เชื้อรา ยีสต์ ที่มีสาเหตุมาจากความชื้นและพฤติกรรมการใช้ชีวิตของสุนัขและแมว ใช้เวลารักษาค่อนข้างนาน
Logo-Invoice_1.png Chamai Petcare
16 ธ.ค. 2025
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy